รวมเทรนด์ธุรกิจ E-Commerce 2024 นักการตลาดรู้ไว้ เพิ่มยอดขายสุดปัง

อ่านเมื่อ: 2 นาทีที่แล้ว

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในปัจจุบัน โลกออนไลน์มีผลต่อการใช้ชีวิตของคนเราอย่างมาก การทำธุรกิจก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภค จึงมีร้านค้าที่ก้าวเข้าสู่โลก E-Commerce กันมากขึ้น การศึกษา และเรียนรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจออนไลน์ และกลยุทธ์การตลาด ในการโปรโมทสินค้า ผ่านอินเตอร์เน็ต จึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะทำให้สามารถขายสินค้า  และเอาชนะคู่แข่งที่มีจำนวนมากได้

บทความนี้ 109menu จะพาไปส่องเทรนด์ ธุรกิจ E-Commerce ที่น่าสนใจ ในปี 2024 กัน จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดู

Ecommerce คืออะไร?

E-Commerce ย่อมาจากคำว่า Electronic Commerce หรือการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ การทำธุรกิจ โดยซื้อขายสินค้า โฆษณา ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต โดยสามารถใช้ทั้งข้อความ เสียง ภาพ และคลิปวิดีโอในการทำธุรกิจได้ การทำธุรกิจแบบ Ecommerce สามารถเข้าถึงลูกค้า ได้กว้างขวาง และทำให้ลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการดำเนินการได้เป็นอย่างดี

เว็บไซต์ Ecommerce ก็คือ หน้าร้านของคุณ บนอินเทอร์เน็ต ช่วยอำนวยความสะดวก ในการจ่ายเงิน ระหว่างคนขาย และคนซื้อ เป็นพื้นที่ให้คุณได้โชว์สินค้า ที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ เว็บไซต์ทำหน้าที่ เป็นชั้นวางสินค้า พนักงานขาย และแคชเชียร์แห่งโลกขายของออนไลน์นั่นเอง 


ประเภทของE-Commerce

  • ธุรกิจกับผู้ซื้อปลีก หรือบีทูซี (B-to-C = Business to Consumer) คือ ผู้ซื้อปลีก ซื้อสินค้าจากผู้ขาย ผ่านอินเตอร์เน็ต เช่น การขายเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง เป็นต้น
  • ธุรกิจกับธุรกิจ หรือบีทูบี (B-to-B = Business to Business) คือ ผู้ประกอบการสองฝ่าย ทำการติดต่อซื้อขายกัน โดยการขาย เป็นการขายส่ง ซึ่งทำการสั่งซื้อผ่านอินเทอร์เน็ต
  • ธุรกิจกับรัฐบาล หรือบีทูจี (B-to-G = Business to Government) คือ ธุรกิจระหว่างภาคเอกชน กับภาครัฐ เช่น การจัดจ้างของภาครัฐ โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของรัฐ เพื่อลดค่าใช้จ่าย
  • รัฐบาลกับรัฐบาล หรือจีทูจี (G-to-G = Government to Government) คือ การติดต่อกัน ระหว่างหน่วยงานในรัฐบาล เป็นการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกระทรวง
  • ผู้บริโภคกับผู้บริโภค หรือซีทูซี (C-to-C = Consumer to Consumer) คือ การติดต่อซื้อขาย ระหว่างผู้บริโภคด้วยกันเอง คือ ผู้บริโภคที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจ ประกาศขายสินค้าของตนเอง และผู้บริโภคอีกคน ก็สนใจสั่งซื้อไป การประกาศขายนี้ ส่วนใหญ่ทำผ่านอินเทอร์เน็ต เพราะมีพื้นที่ให้ติดต่อซื้อขายได้สะดวก รวมถึงหาคนที่มีความสนใจเหมือนกันได้ง่ายอีกด้วย
  • ภาครัฐกับประชาชน หรือจีทูซี (G-to-C = Government to Consumer) คือ การให้บริการจากทางภาครัฐ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต เช่น การคำนวณ และเสียภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต การดาวน์โหลดแบบฟอร์ม เพื่อลงทะเบียนต่าง ๆ ผ่านทางเว็บไซต์

ส่องเทรนด์ ธุรกิจ E-Commerce ปี 2024 ที่นักการตลาดไม่ควรพลาด

1. ธุรกิจ JSL มาแรง ไม่มีแผ่ว

JSL ย่อมาจาก JD Centra, Shopee, และ Lazada ซึ่งเป็น 3 แอป Marketplace ยอดฮิต ที่ผู้ซื้อ และผู้ขาย นิยมใช้กันเป็นอย่างมากในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นแอปที่เปรียบเสมือน ตลาดใหญ่ในโลกออนไลน์ เพราะมีสินค้ามากมายชนิด ตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ ซึ่งตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อที่ต้องการสินค้า แต่ไม่รู้จะสั่งซื้อทางไหน และผู้ขาย ที่สามารถเปิดร้านในแอป เพื่อขยายธุรกิจของตนได้ฟรี เพราะแอปพลิเคชันเหล่านี้ มีฐานผู้ใช้บริการมากมายอยู่แล้ว และยังไม่รวมแคมเปญต่าง ๆ ที่แต่ละแอป นำเสนอกันอย่างไม่มีใครยอมใครอีกด้วย‍

2. ธุรกิจพวก Super App‍

หลังจากที่มีการระบาดของ COVID-19 ทำให้บริษัทต่าง ๆ เริ่มปรับตัวตาม เพื่อตอบสนองความต้องการ รวมทั้งขยายฟังก์ชั่นการใช้งานในแต่ละแอป ให้ครอบคลุม การใช้งานของผู้บริโภคมากที่สุด เช่น Grab, Line Man, foodpanda เป็นต้น ที่สามารถสั่งอาหาร ส่งของ ซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ต จองการเดินทางได้ในแอปเดียว หรือ True money ที่มีทั้งเติมเงิน จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ และซื้อกองทุนได้

‍3. Live-commerce/ Social Commerce Marketing

เทรนด์การขายของผ่าน Social Media ยังคงเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง Social Media ยังคงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ที่ผู้คนต้องใช้งานอยู่ตลอดเวลา แถมแพลตฟอร์ม ยังถูกพัฒนาออกมา ให้ได้เลือกใช้ประโยชน์ทางการตลาดมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram หรือ TikTok ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้ ถือเป็นช่องทาง การตลาดออนไลน์ ที่ทรงพลัง มีอิทธิพลต่อผู้บริโภค และสามารถสร้าง Engagement ได้มากกว่าแพลตฟอร์มอื่น ๆ อีกทั้งพฤติกรรมผู้บริโภค ยังคงให้ความสนใจ และเปิดใจให้กับคอนเทนต์ประเภท Storytelling ที่บอกเล่าเรื่องราวได้อย่างน่าติดตาม ทำให้ในปี 2024 นี้ Social Commerce Marketing ยังคงเป็นเทรนด์E-Commerce ที่ดึงดูดผู้บริโภคเข้าร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับที่ผ่านมา

เป็นอีกวิธี ที่สามารถทำกำไร ให้กับพ่อค้า แม่ค้าในยุคนี้ ได้อย่างมากเลยทีเดียว จากที่เราเคยเห็นกัน แม่ค้าออนไลน์ดัง ๆ หลาย ๆ คน มีการไลฟ์ขายของต่าง ๆ จนมียอดคนดูต่อไลฟ์ไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ต้องเป็นตัวของตัวเอง ไลฟ์อย่างสม่ำเสมอ กำหนดเวลาไลฟ์ชัดเจน ก็สามารถดึงดูดลูกค้าได้ไม่ยาก

4. O2O Marketing

O2O หรือ Online to Offline คือ โมเดลธุรกิจอีกรูปแบบ ที่มีการทำร้านค้า Online เพื่อมาเสริมการขายในหน้าร้าน Offline ซึ่งช่วยเพิ่มฐานลูกค้า และความน่าเชื่อถือให้ร้านได้มาก เพราะมีหน้าร้าน ที่ลูกค้าสามารถเข้าไปเลือกชมสินค้าได้ด้วยตัวเอง และมีร้านออนไลน์ ที่ตอบสนองต่อลูกค้าที่ไม่สะดวกมาซื้อที่หน้าร้าน ซึ่งปัจจุบัน แบรนด์ธุรกิจต่าง ๆ ก็เริ่มหันมาใช้โมเดลนี้กันมากขึ้นแล้ว‍

5. DTC Marketing

DTC / D2C หรือ Direct to Consumer คือ โมเดลการตลาด ที่ทางแบรนด์สร้างช่องทาง การขายออนไลน์ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าโดยตรง โดยที่ไม่ต้องผ่าน คนกลาง (Middleman) ซึ่งช่วยลดต้นทุน และปิดการขายได้ง่ายมากขึ้น‍

6. Crypto commerce ‍

เป็นการใช้สกุลเงินดิจิทัล ร่วมกันกับการค้าขายในชีวิตจริง ซึ่งปกติสกุลเงินเหล่านี้ จะใช้เพื่อเก็งกำไรในตลาดหุ้น และคริปโต/ บิทคอยน์ เท่านั้น แต่ระยะหลัง เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น และมีการเปิดตัวโลกเสมือนจริง หรือ Metaverse ในหลาย ๆ บริษัท ทำให้มีการวางโมเดลการตลาดไว้มากมาย เช่น การใช้เงินคริปโต ในการซื้อของใช้ต่าง ๆ โดยที่ไม่ต้องถอนเงินจริงมาใช้เลย ซึ่งเป็นจุดที่น่าสนใจมาก ๆ เลยทีเดียว

7. SEO Content Marketing

ต่อให้โลกก้าวไปสู่ยุคออนไลน์เต็มรูปแบบ SEO Content Marketing ก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น ที่ต้องงัดออกมาใช้ทำการตลาดอยู่เสมอ เพียงแต่อาจจะต้องปรับรูปแบบ ให้สอดคล้องกับเทรนด์ SEO ปัจจุบัน และต้องขยันศึกษาหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพ SEO ไม่ว่าจะวิธีพื้นฐานอย่างเช่น การกำหนดคีย์เวิร์ดหลัก ที่มีคุณภาพ ใช้คำฮิต คำคมในช่วงนั้น ๆ มาตั้งชื่อ เพื่อดึงดูดความสนใจกลุ่มเป้าหมาย หรือการพัฒนาเว็บไซต์ ให้มีความเร็วที่เอื้อต่อการทำ SEO เพื่อมัดใจลูกค้าให้อยู่หมัด ไม่รอจนถอดใจ และเลิกดูไปในที่สุด ซึ่งบางคนอาจมองว่า SEO อาจเป็นเรื่องล้าหลังไป แต่เอาเข้าจริงอะไรที่เป็น Original มักส่งผลดีมากกว่าผลร้ายเสมอ


การทำธุรกิจ E-Commerce นั้น มีประโยชน์หลาย ๆ ด้านจริง ๆ โดยมีสิ่งสำคัญอยู่ที่ เว็บไซต์ขายสินค้า ที่สามารถอำนวยความสะดวกทั้งแก่เจ้าของธุรกิจ และลูกค้า เรียกได้ว่า ถ้าสร้างกลยุทธ์เรียกลูกค้าดี ๆ ก็สามารถสร้างยอดขาย สร้างกำไร ได้ปัง ๆ อย่างแน่นอน

สามารถอ่านบทความดี ๆ ที่น่าสนใจ ได้ที่นี่

109menu.com ศูนย์รวมป้ายโฆษณา หลากหลายประเภท กับการบริการที่หลากหลาย ด้านการตลาด และโฆษณา “บริการครบ จบในที่เดียว” สามารถสอบถาม และสั่งซื้อได้ที่  www.109menu.com


อ้างอิงข้อมูลจาก: seo-web.aun-thai.co.th, nebslymedia.com