Soft Skill คือ อะไร? ทักษะในการทำงาน ที่ควรมี!

อ่านเมื่อ: 3 นาทีที่แล้ว

Soft skill คือ อะไร?

Soft skill คือ ความสามารถด้านอารมณ์ การอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม และการพัฒนาตนเอง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสติปัญญาแต่ละด้าน เช่น

  • EQ (Emotional Quotient) คือ ความฉลาดทางอารมณ์ สามารถควบคุม หรือยับยั้งการแสดงออก ได้เหมาะสมกับสถานการณ์ เข้าใจความรู้สึกตนเอง และผู้อื่น
  • AQ (Adversity Quotient) คือ ความฉลาดในการแก้ไขปัญหา สามารถเผชิญหน้ากับปัญหา พร้อมหาทางแก้ไข ควบคุมสถานการณ์ และปรับตัวเข้ากับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้ดี
  • CQ (Creativity Quotient) คือ ความฉลาดในการริเริ่มสร้างสรรค์ มีจิตนาการที่ยืดหยุ่น คอยปรับเปลี่ยนประยุกต์แนวคิด และชอบหาวิธีการใหม่ ๆ 
  • SQ (Social Quotient) คือ ความฉลาดทางสังคม สามารถที่จะปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่น เห็นแก่ส่วนรวม ไม่เปรียบเทียบ หรือมีความคิดที่กดคนอื่นให้ต่ำลง และเปิดใจยอมรับความแตกต่าง

Soft skill จึงจำเป็นในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้พัฒนาตนเอง การทำงานร่วมกันกับผู้อื่น และการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เป็นทักษะที่เข้ามาช่วยส่งเสริม และผลักดันความสำเร็จต่าง ๆ ในชีวิต


Soft Skill ที่ต้องมี มีอะไรบ้าง?

ทักษะการสื่อสาร

Communication: การฟัง พูด อ่าน และเขียน เป็นทักษะการสื่อสาร ไม่ได้จำกัดเฉพาะอาชีพการทำงาน ที่ต้องนำเสนอขาย หรืองานบริการเท่านั้น เราแทบจะใช้ทักษะเหล่านี้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะพูดคุยกับคนรอบข้าง ตอบข้อความ หรืออีเมล นำเสนอผลงาน และในที่ประชุม ซึ่งการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยลดข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ทำให้การสื่อสารกระชับ และเข้าใจสิ่งที่สื่อเร็วขึ้น รวมถึงการมีวาทศิลป์ จะช่วยให้คู่สนทนา ประทับใจในตัวคุณมากขึ้นอีกด้วย 

อยากเริ่มต้นสร้างทักษะการสื่อสารให้ดี ควรทำอย่างไรบ้าง?

  • เริ่มจากฝึกเรียงลำดับโครงสร้าง การเล่าเรื่อง
  • เน้นใจความสำคัญ ของเรื่องที่อยากจะสื่อ
  • ใช้ภาษา หรือคำพูดที่เข้าใจง่าย
  • หากจำเป็นต้องต้องเน้นส่วนสำคัญ ลองใช้ท่าทางประกอบการอธิบาย ที่พอดี ไม่มากเกินไป
  • เลือกใช้ระดับภาษา ที่เหมาะสมกับคู่สนทนา หรือผู้ฟัง
  • ตั้งใจรับฟังอย่างเปิดใจ และไม่อคติ
  • จับใจความสำคัญของผู้พูด

ทักษะการบริหารจัดการเวลา

Time Management: ทักษะการบริหารเวลา สำคัญอย่างมาก เพื่อเป้าหมายสำเร็จในระยะเวลาที่กำหนด การวางแผนบริการจัดการเวลาอย่างเหมาะสม จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ทั้งเรื่องงาน เรื่องเรียน หรือเรื่องส่วนตัว ต่างก็มีสิ่งที่ต้องสะสางให้สำเร็จลุล่วง หากวางแผนจนเป็นนิสัยได้ จะเห็นผลลัพธ์ว่าจริง ๆ แล้วเรายังมีเวลาว่างเหลือไปทำอย่างอื่นที่สนใจอีกเยอะ
อยากเริ่มต้นสร้างทักษะการบริหารจัดการที่ดี ควรทำอย่างไรบ้าง?

  • เริ่มวางแผน เรียงลำดับความสำคัญ หรือความเร่งด่วนของสิ่งที่ต้องทำ
  • กำหนดระยะเวลาที่มี ความเป็นไปได้ที่จะทำให้สำเร็จ ในช่วงเวลาที่วางไว้
  • กำหนดเป้าหมาย หรือ To-do list เป็นรายวัน รายอาทิตย์ รายเดือน หรือสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จในปีนี้
  • หมั่นทำให้สำเร็จจนเป็นนิสัย มีความสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง

ทักษะความยืดหยุ่นและปรับตัว

Flexibility and Adaptability: ทักษะความยืดหยุ่น และปรับตัว จะเป็นเหมือนตัวช่วยให้เราเข้ากับความแปลกใหม่ หรือเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงได้ มีความคิด และการกระทำที่ยืดหยุ่นพร้อมปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ กฎเกณฑ์ หรือวิธีการทำงาน

อยากเริ่มต้นสร้างทักษะความยืดหยุ่นและปรับตัว ควรทำอย่างไรบ้าง?

  • เริ่มจากสังเกตบรรยากาศรอบตัว ท่าทาง น้ำเสียงของคนรอบข้าง
  • ปรับเปลี่ยนมุมมองความคิดที่จะแก้ไข
  • เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ ไม่ปิดกั้นตัวเองที่จะเปลี่ยนแปลง
  • เมื่อเผชิญปัญหา สามารถยอมรับความเสี่ยง และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น แล้วนำไปปรับใช้ในครั้งหน้า

ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น

Teamwork and Collaboration: ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกันให้ลุล่วง การทำงานเป็นทีม มีข้อดีมากมาย ทั้งได้แชร์ความคิดเห็น ได้ไอเดีย และมุมมองความคิดใหม่ ๆ และยังสามารถ จัดการงานนั้นได้อย่างรวดเร็ว

อยากเริ่มต้นสร้างทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น ควรทำอย่างไรบ้าง?

  • เริ่มจากวางเป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกัน
  • ระดมความคิด หาวิธีการที่จะนำไปสู่เป้าหมายนั้น
  • กล้าที่จะนำเสนอไอเดียของตนเอง
  • หากความคิดของคนในทีมแตกต่าง ผิดจากเป้าหมาย หรือคิดว่าไม่น่าทำได้ ควรสอบถามหาเหตุผล และพูดคุยอย่างเปิดใจ
  • ช่วยเหลือเกื้อกูล พัฒนา และแบ่งปันความรู้ หรือกระบวนการคิดร่วมกัน
  • ลงมือทำส่วนที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่

ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์และเชิงวิพากษ์

Analytic and Critical Thinking: ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ และเชิงวิพากษ์ จะช่วยให้เราไตร่ตรอง และคิดอย่างรอบคอบมากขึ้น ไม่คล้อยตามก่อนที่จะรู้ข้อเท็จจริง เกิดความคิดสร้างสรรค์หาวิธีการใหม่ ๆ และกล้าที่จะไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่าง

อยากเริ่มต้นสร้างทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์และเชิงวิพากษ์ ควรทำอย่างไรบ้าง?

  • เริ่มฝึกกระบวนการคิด จากการตั้งคำถาม ในสิ่งที่สงสัย หรืออยากรู้
  • ค้นหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูล ที่น่าเชื่อถือ
  • สอบถามจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนั้น เพื่อหา Key word สำคัญที่เกี่ยวข้อง
  • จับประเด็น และเรียบเรียงข้อมูล
  • นำมาตีความด้วยความเป็นเหตุและผล
  • ประเมินทางเลือก และวิธีแก้ไขต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่คำตอบที่เหมาะสม และถูกต้องที่สุด

ทักษะการตัดสินใจ

Decision Making: การทำงานปัจจุบัน ยังจำเป็นต้องมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว เช่น การจัดการโปรเจกต์ แจกจ่ายรายละเอียดงาน และมอบหมายให้คนในทีม หรือการทำงานที่ต้องแข่งขันกับเวลา บางทีมีความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนเนื้อหา ก็สามารถตัดสินใจได้ทันท่วงที

อยากเริ่มต้นสร้างทักษะการตัดสินใจที่ดี ควรทำอย่างไรบ้าง?

  • เริ่มโดยกำหนดขอบเขตของการตัดสินใจ และใครจะมีส่วนได้ส่วนเสียกับการตัดสินใจครั้งนี้บ้าง
  • ค้นหาทางเลือก หรือวิธีต่าง ๆ ที่มี และทำความเข้าใจ
  • ประเมินความเสี่ยง และเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย ของแต่ละทางเลือก
  • ขจัดความลังเลที่มีออกไป ท้ายที่สุดเราจะสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทักษะการความคิดสร้างสรรค์

Creativity: การทำงานก็จำเป็นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บางอาชีพเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วทักษะความคิดสร้างสรรค์ คือ การสร้างไอเดียใหม่ หรือวิธีการใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาสิ่งเดิมให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ แม้ไม่ได้มาด้วยพรสวรรค์ แต่สามารถฝึกฝน มาให้ได้ซึ่งพรแสวงจากความสนใจรอบตัว หรือความรู้เดิมนำมาประยุกต์ต่อยอดให้เกิดแนวทางใหม่ ๆ
อยากเริ่มต้นสร้างทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์ ควรทำอย่างไรบ้าง?

  • อาจเริ่มจาก ความอยากรู้อยากเห็น และทำความเข้าใจกับวิธีการเดิม
  • หาไอเดียมาประยุกต์จากข้อสงสัยนั้น อาจมาจากกิจกรรมที่ชื่นชอบ เช่น การอ่านหนังสือ การฟังเพลง เล่นดนตรี หรืองานศิลปะ
  • นำความรู้ใหม่ มาต่อยอดกับความรู้เดิมที่มีอยู่
  • เปิดใจกับวิธีการใหม่ ที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
  • กล้าที่จะใช้วิธีการใหม่ที่คิดค้น หรือประยุกต์ขึ้นมาได้

ทักษะการแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อน

Complex Problem Solving: แม้ว่าเทคโนโลยีจะถูกพัฒนาขึ้นมาจนก้าวหน้าขึ้นกว่าเดิม แต่ในการทำธุรกิจ หรือในชีวิตจริงของผู้คนเทคโนโลยีเหล่านั้น ก็ยังไม่สามารถ เข้ามาแก้ไขปัญหา ได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้น การมองภาพรวมอย่างเป็นระบบ จึงสำคัญมาก ซึ่งทักษะการแก้ไขปัญหา ที่มีความซับซ้อน จะช่วยให้เราสามารถมีความคิดอย่างมีระบบ สามารถเชื่อมโยงความเป็นเหตุเป็นผล และสามารถวิเคราะห์ปัจจัย ที่ส่งผลกระทบต่อกันได้ ทำให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ และมีการตัดสินใจ ประเมินทางเลือกที่จะแก้ไขปัญหานั้น อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อยากเริ่มต้นสร้างทักษะการแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อน ควรทำอย่างไรบ้าง?

  • เริ่มจากมองภาพใหญ่ของปัญหา
  • สร้างความคิดเชิงระบบ ตั้งคำถามเพื่อระบุปัญหาให้ชัดเจน
  • รวบรวมข้อมูล เพื่อหาความเชื่อมโยงของปัญหาว่ าปัจจัยใดเป็นสาเหตุได้บ้าง
  • จัดลำดับความรุนแรงของปัจจัย ที่ส่งผลกระทบ
  • คิดวิธีแก้ปัญหา หรือวิธีการที่พาเราไปสู่ผลลัพธ์ ที่เราต้องการ
  • ประเมินสถานการณ์ และความเป็นไปได้ของทางเลือก

ทักษะการใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา

Curiosity and Lifelong Learning: ทักษะการใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา จะช่วยให้เราสามารถปรับตัวพัฒนา และพอกพูนความรู้ใหม่ ๆ ใส่ตัวอยู่เสมอ แม้โลกจะหมุนไปแบบไหน ก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเอง และอยู่รอดกับมันได้

อยากเริ่มต้นสร้างทักษะการใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา ควรทำอย่างไรบ้าง?

  • เริ่มจากตั้งเป้าหมายใหญ่ ที่เราต้องการจะพัฒนา หรือเรียนรู้
  • หาวิธีการไปสู่เป้าหมายนั้นว่า จำเป็นต้องมีความรู้แบบไหนบ้าง
  • ค้นคว้าเพิ่มเติม ติดตามความรู้ใหม่ ๆ ในสายงานของเรา หรือในสิ่งที่เราให้ความสนใจตลอดเวลา
  • ลงมือทำอย่างสม่ำเสมอจนเป็นนิสัย

ทักษะการโน้มน้าวและต่อรอง

Negotiation and Persuasion: ทักษะนี้ไม่ได้จำกันว่าต้องทำงานขาย หรืองานบริการเท่านั้น ทั้งในชีวิตประจำวัน เช่น การขอความช่วยเหลือ การนำเสนอ การติดต่อประสานงาน การต่อรองสิ่งตอบแทน สิ่งเหล่านี้ก็ยังจำเป็นที่ต้องโน้มน้าวใจอีกฝ่ายเสมอ

อยากเริ่มต้นสร้างทักษะการโน้มน้าวและต่อรอง ควรทำอย่างไรบ้าง?

  • เริ่มจากฟังประเด็น และความต้องการของอีกฝ่าย
  • ทำความเข้าใจข้อเสนอ หรือข้อเรียกร้องนั้น พร้อมคิดวิธีการตอบกลับ
  • เริ่มนำเหตุผล มาโน้มน้าวความคิดของคู่สนทนา
  • สร้างบุคลิก เพื่อเสริมความมั่นใจ เช่น การวางตัว ท่าทาง น้ำเสียง และคำพูด
  • ลองฝึกจำลองสถานการณ์ เพื่อเตรียมพร้อมวิธีการรับมือ

ทักษะการเป็นผู้นำ

Leadership: นการทำงานการเป็นผู้นำที่ดีนั้นจะช่วยดึงศักยภาพของผู้ตาม ไม่ใช่แค่คนที่อยู่ในระดับหัวหน้าเท่านั้นที่ต้องมีทักษะการเป็นผู้นำ แต่เราก็สามารถเป็นผู้นำในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ หรือกลุ่มสังคมได้ ที่สำคัญผู้นำที่ดีนั้น ควรมีความรับผิดชอบ สามารถสร้างให้ผู้ตามเกิดความร่วมมือไปทิศทางความคิดไปในทางเดียวกันกับเป้าหมาย มีความยุติธรรม และเปิดใจรับฟังความคิดเห็น 

อยากเริ่มต้นสร้างทักษะการเป็นผู้นำ ควรทำอย่างไรบ้าง?

  • เริ่มจากมีเป้าหมายที่กว้างไกล
  • สร้างความไว้วางใจกับผู้อื่น
  • ชักนำให้เกิดความร่วมมือกัน ดึงจุดเด่นของผู้ตามออกมา
  • มีสติและการควบคุมการกระทำ เพื่อพร้อมที่รับมือกับความกดดัน
  • กล้าที่จะลงมือทำในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม

ทักษะการมีทัศนคติเชิงบวก

Positive Attitude: การมีมุมมองหรือทัศนคติเชิงบวกนั้น จะช่วยให้เราสามารถปรับมุมมองความคิดไม่ให้จมปลักอยู่กับความทุกข์นั้น มองว่าอุปสรรคเป็นเพียงบทเรียนชีวิต ไม่ว่าเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว รวมถึงช่วยเป็นพลังให้กับตัวเราและคนรอบข้าง ช่วยคลายความกังวล พร้อมกล้าที่ออกจะไปหาโอกาสและการเรียนรู้ใหม่ ๆ มีความสุขไปกับมัน

อยากเริ่มต้นสร้างทักษะการมีทัศนคติเชิงบวก ควรทำอย่างไรบ้าง?

  • ลองปรับเปลี่ยนมุมมอง มองหาข้อดีของอุปสรรคนั้น และนำไปเป็นบทเรียน
  • มองการกระทำให้รอบด้าน ก่อนจะลงมือ
  • กล้าที่จะลองมือ หากเกิดความผิดพลาดมองว่าเป็นการเรียนรู้  และหาวิธีแก้ไข เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำสอง
  • เลือกที่จะเอาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมเชิงบวก
  • บันทึกสิ่งที่มีความสุขของแต่ละวัน และเมื่อวันไหนเราเจอเรื่องทุกข์ใจ ให้ย้อนกลับไปอ่าน จะช่วยสร้างพลังบวกกลับมาให้เราได้
  • ฝึกพูดให้กำลังใจตัวเอง ให้ของขวัญขอบคุณตอบแทนตัวเอง ที่ข้ามผ่านมาได้
  • ให้คุณค่ากับตัวเอง พร้อมหมั่นเรียนรู้และพัฒนา

Hard Skill กับ Soft Skill ต่างกันอย่างไร?

Hard Skills เป็นทักษะทางวิชาชีพ ที่ใช้เฉพาะกับงานด้านนั้น ๆ เช่น นักบัญชี ต้องมีทักษะความรู้ในด้านการทำบัญชี ในขณะที่ทักษะการทำบัญชี อาจไม่ใช่ความรู้ที่จำเป็น สำหรับการทำงานในแผนกอื่น ๆ

การวัดผล: Hard Skill เป็นทักษะที่วัดผลได้ง่าย สามารถระบุออกมาเป็นคะแนน หรือระดับของความรู้ความสามารถได้

Soft Skillsเป็นทักษะที่เป็นคุณสมบัติภายในที่ดี ของมนุษย์เป็นหลัก ทำให้มีความสามารถ ที่จะทำงานร่วมกับคนอื่นในสังคมได้อย่างราบรื่น เมื่อมีทักษะเหล่านี้แล้ว บุคคลนั้น ๆ จะสามารถนำทักษะที่มี ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างกว้างขวางในหลากหลายสาขาอาชีพได้

การวัดผล: Soft Skill เป็นทักษะที่วัดผลได้ยากกว่า มีความเป็นนามธรรมสูง เพราะเป็นทักษะที่เกิดจากคุณสมบัติภายใน ทักษะด้าน Soft Skill หลายอย่าง จึงไม่สามารถออกใบรับรอง หรือใบวัดผลความรู้ ออกมาได้ชัดเจนเป็นตัวเลขแบบ KPI

สรุปได้ว่า Hard skills สามารถวัดผลออกมาได้เป็นตัวเลขเชิงสถิติ ได้ชัดเจน แตกต่างจาก Soft Skills ที่วัดผลเป็นตัวเลขได้ยากกว่า ไม่มีใบรับรอง หรือใบวัดผลความรู้ หรือเกรดที่ระบุออกมาได้ชัดเจนนั่นเอง


ทำไมต้องมี Soft Skill?

  1. คนที่มี Hard Skill แต่ขาด Soft Skill ยากที่จะประสบความสำเร็จในการทำงาน

หากเราเป็นคนหนึ่ง ที่อยากจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เราจะพบว่า งานที่เราทำโดยส่วนใหญ่ในปัจจุบันนั้น  การมีความชำนาญแค่ทักษะทางวิชาชีพอย่างเดียว อาจจะไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว ทุกอาชีพ จำเป็นที่จะต้องมีทักษะ Soft skill เข้ามาเป็นส่วนสำคัญ เพื่อให้การทำงานประสบความสำเร็จ

  1. Soft Skill จะช่วยเพิ่มมูลค่าของคุณ ในตำแหน่งงานที่คุณทำอยู่

งานในอนาคต เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ด้วยเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว มีการใช้ระบบ AI, Robot และ Application ต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น องค์กรต่าง ๆ ได้มีการเริ่มปรับโครงสร้างของการว่าจ้างพนักงาน โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมเพิ่มขึ้น และลดรายจ่ายในส่วนของการจ้างพนักงานลง องค์กรต่าง ๆ มีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับบุคลาก รที่มีคุณภาพในการทำงานร่วมกับผู้อื่น และสรรหาพนักงานที่มี Soft Skills ที่ดีเข้ามาในองค์กรมากยิ่งขึ้น

  1. หุ่นยนต์ยังไม่สามารถทดแทนงานที่ต้องใช้ Soft Skill ของมนุษย์ได้

ขณะที่โลกมีความก้าวหน้าทางปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (artificial intelligence) หุ่นยนต์ และเครื่องจักร ได้เข้ามามีบทบาทในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานต่าง ๆ ทั้งในระบบการผลิตแบบอุตสาหกรรม ที่มีการใช้หุ่นยนต์ ที่ถูกโปรแกรมไว้มาทำงานแทนที่ แต่ก็ยังมีงานอีกจำนวนมาก ที่ AI ยังไม่สามารถทำหน้าที่แทนมนุษย์ได้ เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในปัจจุบันยังไม่สามารถที่จะพัฒนาในส่วนของอารมณ์ความรู้สึกได้แบบมนุษย์ได้ ดังนั้น คนที่มี Soft Skill จึงกลายเป็นที่ต้องการมากขึ้นในตลาดแรงงาน เพราะเป็นผู้ที่มีทักษะสำคัญ ที่หุ่นยนต์ ไม่สามารถเข้ามาแทนที่ได้

  1. วิถีการทำงานสมัยใหม่ เน้นการติดต่อสื่อสารที่ดีในการทำงานร่วมกัน

เราจะพบว่าวิถีการทำงานสมัยใหม่ จะเป็นรูปแบบที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายในองค์กรสามารถประสานงาน และทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งมีการเปิดกว้างให้แสดงความคิดเห็นที่หลากหลายได้อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะเป็นไปได้อย่างราบรื่นก็ต่อเมื่อบุคลากรในองค์กรจะต้องมีทักษะต่าง ๆ ที่ใช้เพื่อปฏิสัมพันธ์กันกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี ดังนั้น บุคลากรที่สามารถพัฒนาตนเอง จนมีทักษะแบบ Soft Skill ได้ ก็จะกลายเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารทำงานร่วมกันในองค์กร และจะมีความสำคัญ ต่อความสำเร็จตามเป้าหมายขององค์กรในโลกอนาคตได้

  1. ลูกค้ามีความคาดหวังต่อการบริการที่ดีขึ้น

ทุกวันนี้ ลูกค้ามีทางเลือกในการตัดสินใจซื้อสินค้า และบริการ ผ่านช่องทางการติดต่อที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่ถูกพัฒนามากขึ้น การตลาดสมัยใหม่ จึงถูกนำมาใช้ในช่องทางต่าง ๆ ผ่านอินเตอร์เน็ต สมาร์ทโฟน และแอพพลิเคชั่นเป็นจำนวนมาก ดังนั้น หากพนักงาน หรือบุคลากรในองค์กรมีทักษะ และความสามารถด้าน Soft Skills เช่น การรับฟังความรู้สึก และความต้องการของลูกค้า, การสื่อสาร และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเหมาะสมก็ถือเป็นสิ่งที่ดี

  1. บริษัท หรือองค์กรต่าง ๆ ต้องการคนทำงานที่มีทักษะทั้ง Hard Skill และ Soft Skill

องค์กรชั้นนำต่าง ๆ ในโลกนี้รู้ดีว่า ผู้ที่จะสามารถนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้ จะต้องเป็นบุคคลที่มีความสามารถในการทำงานร่วมกับคนอื่น (Collaboration) ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกันภายในทีมของตัวเอง หรือแม้กระทั่งการประสานงาน และส่งมอบการทำงานข้ามสายงานของตน (Cross-Functional) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น บุคลากรที่มีทักษะทั้งด้าน Hard Skill และ Soft Skill จะมีโอกาสเติบโตขึ้นไปเป็นหัวหน้า หรือผู้บริหารที่เก่งทั้งงาน และเก่งทั้งคนได้เป็นอย่างดี และจะเป็นบุคลากรที่องค์กรต่าง ๆ ต้องการตัวมาร่วมงานด้วยมากที่สุด


เป็นอย่างไรกันบ้าง คงทำให้หลาย ๆ คนรู้จักกับ Soft skill คือ อะไร? กันมากขึ้นแล้ว เรียกได้ว่า Soft skill จะอยู่ติดตัวเราต่อไป ไม่แม้ว่าในอนาคตเราจะเปลี่ยนสายอาชีพก็ตาม ที่สำคัญเลย Soft skills เหล่านี้ จะมาจากเราลงมือด้วยตัวเองเท่านั้น อาจจะมาจากการขัดเกลาจากสภาพแวดล้อมที่เราเติบโต และจากบุคคลรอบข้าง ทำให้เราสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ดีด้วย
สามารถอ่านบทความดี ๆ ที่น่าสนใจ ได้ที่นี่

109menu.com ศูนย์รวมป้ายโฆษณา หลากหลายประเภท กับการบริการที่หลากหลาย ด้านการตลาด และโฆษณา “บริการครบ จบในที่เดียว” สามารถสอบถาม และสั่งซื้อได้ที่ www.109menu.com


อ้างอิงข้อมูลจาก: thegrowthmaster.com, palagrit.com

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *